เมื่อ eBook ปะทะ Real BookeBooks vs Real Book

ด้านบนเป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงว่า ทำไม eBooks จะมาแทน หนังสือจริงๆที่เป็นกระดาษอยู่ในปัจจุบัน

เพราะที่จริงทุกวันนี้นักเขียนจำนวนมากต้องอยู่ในระบบธุรกิจสิ่งพิมพ์ที่มีต้นทุนทางธุรกรรมสูงมาก ลองนึกภาพดูว่าเมื่อนักเขียนเขียนต้นฉบับเสร็จแล้ว ต้องส่งไปเข้ากระบวนการบรรณาธิกร ต้องออกแบบปก ขอ ISBN เข้าเล่ม ตีพิมพ์ จ่ายค่าขนส่ง (ซึ่งตรงนี้ล่ะที่ว่ากินเงินไปถึง 60-70%) แต่จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณมีต้นฉบับ ตรวจเอง แล้วสามารถขายได้เองเลยโดยไม่ต้องผ่านสำนักพิมพ์? สิ่งที่เราต้องการคือเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากเพียงพอที่จะช่วยให้นักเขียนขายหนังสือได้

ซึ่งทาง Amazon จ่ายค่าตอบแทนให้นักเขียนสูงถึง 70% ของราคาหนังสือ ผลที่ได้คือ ยอดขายหนังสือที่มากขึ้น การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่รักการอ่านได้ง่ายขึ้น และผลตอบแทนที่มากขึ้นของนักเขียน

โดยยอดขาย ebook ในปัจจุบันสูงจนแซงหน้าหนังสือจริงไปแล้วบน Amazon ล่าสุดที่เราทราบเพิ่มเติมมาก็คือเริ่มมี “นักเขียนอิสระ” ซึ่งไม่มีสังกัด ไม่มีสำนักพิมพ์คอยช่วยขายบางคนขายอีบุ๊คได้เกิน 1 ล้านเล่มแล้ว หรือว่าธุรกิจสำนักพิมพ์อาจจะต้องจับตาความเปลี่ยนแปลงนี้?

ใน Amazon จะมีการเรียกขานนักเขียนที่ขาย ebook ได้สูงเกินล้านเล่มว่า “Kindle Million Club” ซึ่งจะรวมนักเขียนอเมริกันที่มีชื่อเสียงอย่าง Stieg Larsson, James Patterson, และ Nora Roberts แต่นักเขียนเหล่านี้ก็จะมีต้นสังกัดคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังอยู่แล้ว ล่าสุดพบว่า มีไร้สังกัดที่ชื่อว่า “John Locke” อายุ 60 ปีอดีตพนักงานขายประกันจากเคนตั๊กกี้ เขาไม่เคยเขียนหนังสือมาก่อนเลย แต่ John ก็ขายหนังสือผ่าน Amazon ได้ถึง 1 ล้านชุดแล้ว เรื่องนี้ไม่ธรรมดา เพราะนักเขียนมักจะได้รับแรงหนุนจากสำนักพิมพ์ในการทำการตลาดช่วยให้ขายได้ แต่ John ไม่มีแรงหนุนดังกล่าวก็สามารถขายได้เกินล้านชุด

แทนที่จะพิมพ์และจ่ายค่าต๋งให้สำนักพิมพ์ใหญ่ เพื่อทำการตลาด ออกทัวร์โปรโมทหนังสือ หาทางวางหนังสือในจุดเด่นๆ ของร้าน John ก็ขาย ebook ผ่าน Amazon ไปได้ 1,010,370 ชุด โดยใช้ระบบ Kindle Direct Publishing เข้าไปขายใน Amazon store ได้ตรงๆ ไม่ต้องทำการตลาดและหาสำนักพิมพ์ใดๆ

และนี่เป็นสาเหตุหลักที่ eBook จะเข้ามาแทนที่ หนังสือที่เป็นกระดาษจริงๆในอนาคต